Prometheus (2012) | Ridley Scott
ถ้าจะถามหาหนังไซไฟแนวสยองขวัญเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่สุดยอดทั้งด้านความตื่นเต้น และน่าค้นหาแล้วละก็ Alien ของลุง Ridley Scott เป็นหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน การกลับมาคราวนี้พกเรื่องราวที่เป็นจุดขายเก่าเอามาปัดฝุ่นใหม่แต่บอกเล่าถึงเรื่องราวและแนวคิดที่ต่างไปจากวันวาน มันคือการตั้งคำถามเกี่ยวกับที่มาของพระเจ้าที่ทุกคนเชื่อว่าเป็นผู้สร้างเราขึ้นมา เขาเป็นใคร แม้ทุกวันนี้วิทยาศาสตร์จะก้าวไกล มีสมสมมติฐานมากมายที่ค่อยๆลบล้างความเชื่อเกี่ยวกับผู้สร้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถตอบคำถามได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะไม่มีใครเคยเห็นวันแรกที่มนุษย์เหยียบลงบนพื้นโลก และมีเพียงสมสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์เท่านั้นที่อธิบายว่าสิ่งมีชีวิตเซลแรกเกิดขึ้นมาบนโลกได้อย่างไร
Prometheus บอกเล่าเกี่ยวกับคู่สามีภรรยา อลิซาเบ็ธ (นูมี ราเปซ) และ ชาร์ลี (โลแกน มาร์แชลกรีน) ที่ไปขุดพบภาพวาดทางประวัติศาสตร์ทั่วทุกมุมโลก โดยทุกรูปชี้นำให้พวกเขาออกเดินทางนอกอวกาศโดยที่พวกเขาเชื่อว่าที่แห่งนั้นคือดินแดนที่พระเจ้าของพวกเขาสถิตอยู่ ด้วยการสนับสนุนของเงินทุนบริษัทยักษ์ใหญ่ในช่วงปี 2090 ทำให้การเดินทางข้ามจักรวาลของเขาเป็นจริง แต่แล้วสิ่งที่พวกเขาได้พบ กลับไม่ใช่พระเจ้าในแบบที่พวกเขาวาดฝันเอาไว้ มันคือฝันร้ายที่พวกเขาไม่อาจลืมเลือน
ในด้านความอลังการ หนังไซไฟของลุง Ridley มีโปรดักชันที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อยหน้าใคร เนรมิตวิวทิวทัศน์ของพื้นผิวดาวนอกโลก โครงสร้างสิ่งมีชีวิตต่างดาว อุปกรณ์ และยานอวกาศไฮโซล้ำหน้าหนังเรื่องอื่นในยุคเดียวกันอยู่เสมอตั้งแต่ Alien ภาคแรก ชอบการทุ่มทุ่นสร้างของเรื่องนี้ หลายๆฉากทั้งมุมกว้างมุมแคบรายละเอียดชัดเป๊ะจนน่าขนลุกแฟนๆที่ชอบงานไซไฟอยากยลเทคโนโลยีงามๆคงถูกใจเป็นแน่
การนำเสนอเรื่องนี้ถึงแม้จะหยิบยกเอาบริบทที่เกี่ยวกับเอเลียน มนุษย์ต่างดาวมาเป็นจุดดึงดูดผู้ชม แต่กลับกลายเป็นว่า Ridley ไม่ได้ใส่ความน่าตื่นเต้นเหมือนเรื่องก่อนๆเข้าไป บรรยากาศหวาดระแวง วังเวงชวนขนลุกแบบที่เราเคยเจอในเรื่องนี้กลายเป็นศูนย์เลย เพราะหนังไม่ได้เน้นความแอคชัน แต่โฟกัสให้เรื่องเป็นดราม่าไซไฟ เพื่อบอกเล่าแนวคิดโดยมีจุดศูนย์กลางเป็นมนุษย์แทน แอบถูกใจจุดนี้ของหนังอยู่ไม่น้อย มันเป็นธีมที่เทคโนโลยีล้ำยุคมนุษย์ยังคงก้าวไปข้างหน้า แต่สุดท้ายทั้งหมดแล้วเรากลับเดินหน้าเพื่อพยายามมุ่งเขาหาจุดกำเนิดของเราเอง อีกทั้งยังเป็นหนังธีมวิทยาศาสตร์ที่เท้าความถึงศาสนาและพระเจ้าซึ่งถ้ามันเกิดขึ้นจริง สมมติฐานที่นักวิทย์สมัยก่อนกล่าวไว้อาจล้มครืนไม่เป็นท่า
แต่ถึงแม้หนังจะดูมีอะไรแปลกใหม่ก็ตาม Ridley ยังคงละทิ้งการดำเนินเรื่องแบบเก่าไม่ได้ การเดินทางไปยังดาวน่าสงสัย เข้าไปยังที่นั้นเป็นกลุ่มๆ มีการพลัดกัน มีตัวละครทำอะไรโง่ๆอย่างไม่สมเหตุสมผล (ยิ่งโดยเฉพาะไอ้พวกนี้เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ดูมีความรู้ยิ่งน่าขัดใจ) เริ่มล้มตายและอะไรๆก็เป็นแพทเทิร์นเดิมที่เราดักทางได้ไม่ยาก จุดที่ขอติอีกประการหนึ่งคือตัวบท ด้วยการที่เรื่องเปิดด้วยคำถามยิ่งใหญ่ ซึ่งเมื่อเรื่องผ่านไปมันเผยให้เห็นทางแยกแห่งคำถามที่ควรค่าแก่การค้นหาอีกมากมาย แต่หนังเลือกเดินเพื่อหาทางลงง่ายๆและเก็บเอาความเป็นแฟรนไชส์เอาไว้ ทั้งคำถามที่เป็นแกนหลักของเรื่องนั้นก็ดูคลุมเครือ และเรื่องราวของตัวละครเองแห้งแล้งจนจูนอารมณ์ไม่ค่อยติด ซึ่งหนังก็ปล่อยเราเคว้งและเดินหน้าต่อไปยังฉากจบ หลังจากหนังตัดเข้าเครดิตแล้วก็ยังทิ้งความค้างคาเอาไว้ให้เราปวดกบาลเล่น
ภาพรวมแล้ว Prometheus ถือว่ามีจุดขายเด่นที่งานโปรดักชันอลังการ งานภาพอันยอดเยี่ยม มีแนวคิดบทสนทนาที่นำเอาวิทยาศาสตร์และศาสนามาประชันกันได้น่าสนใจ การดำเนินเรื่องที่คอหนังสยองขวัญอาจผิดหวัง พล็อตเรื่องที่ยังพาเราไปไม่สุดทาง แต่แอบบอกนิดนึงว่ายังไงแฟนๆที่ติดตามซีรี่ยส์เอเลียนก็ไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้ด้วยประการทั้งปวงนะจ๊ะ
Rating: B
- ถ้ำมอง
- ถ้ำมอง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น